EU อนุญาตให้ใช้สารเติมแต่งอาหาร Calcium ascorbate และ Sodium alginate ในสินค้าผัก/ผลไม้บางชนิด

09 ตุลาคม 2557 | ผู้ชม 785 ครั้ง

EU อนุญาตให้ใช้สารเติมแต่งอาหาร Calcium ascorbate และ Sodium alginate ในสินค้าผัก/ผลไม้บางชนิด

  ด้วย สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 969/2014 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 เพื่อแก้ไขในส่วน Annex II ของRegulation (EU) No 1333/2008 ว่าด้วยรายการสารเติมแต่งอาหารที่อนุญาตให้ใช้ได้ในสหภาพฯ และการกำหนดเงื่อนไขการใช้สารเติมแต่งอาหารดังกล่าว ดังนี้

1) อนุญาตให้ใช้สารเติมแต่งอาหาร Calcium ascorbate (E 302) และ Sodium alginate (E 401) เป็นสารเคลือบผิว(Glazing agent) สำหรับสินค้าในหมวดประเภทที่ 04.1.2 ‘ผัก/ผลไม้ ที่ได้รับการปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น และหั่นฝอยแล้ว’ ซึ่งกำหนดว่าผัก/ผลไม้ประเภทดังกล่าวจะต้องเป็นผัก/ผลไม้พร้อมรับประทานที่ได้รับการบรรจุหีบห่อ แช่เย็น และไม่ได้ถูกแปรรูป สำหรับจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคสุดท้าย(Final consumer)

2) กำหนดให้ใช้สาร Sodium alginate (E 401) ในปริมาณที่ไม่เกิน 2,400 mg/kg ร่วมกับสาร Calcium ascorbate (E 302)ในปริมาณที่ไม่เกิน 800 mg/kg เท่านั้น สำหรับการผลิตเจลเคลือบผิวผัก/ผลไม้ชนิดรับประทานได้ (Edible gel) โดยเจลเคลือบผิวนั้นจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการสัมผัสกับออกซิเจนและลดการระเหยของน้ำจากผิวผัก/ผลไม้ ซึ่งช่วยยืดอายุและคงความสดของสินค้าผัก/ผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นพร้อมรับประทานดังกล่าวได้นานยิ่งขึ้น  

ทั้งนี้ กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป

กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Journal of the European Union : EU Regulation No 969/2014 และ No 1333/2008

**********************************

9  ตุลาคม  2557

ที่มา:      http://eur-lex.europa.eu/oj/direct-access.html

แบ่งปัน

Facebook Twitter