EU แก้ไขกฎระเบียบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

04 ธันวาคม 2557 | ผู้ชม 1557 ครั้ง

EU แก้ไขกฎระเบียบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

  ด้วย เมื่อวันที่  18  กันยายน 2557 สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 1003/2014 และ No 1004/2014 เพื่อแก้ไข  ในส่วนAnnex V ของ Regulation (EC) No 1223/2009 ว่าด้วยกฎระเบียบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยแก้ไข/เพิ่มเติมข้อกำหนดการใช้สารเคมี วัตถุกันเสีย(Preservatives) และสารป้องกันรังสี UV  (UV filters) รวมถึงจำกัดปริมาณความเข้มข้นสูงสุด (Maximum Concentration) ของสารเคมีดังกล่าวในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับดูแลผิวหน้าและเส้นผม เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค หากใช้ในปริมาณความเข้มข้นเกินกว่าที่กำหนด ทั้งนี้ กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดการแก้ไขสรุปได้ดังนี้

Annex V – แก้ไขแทนที่/เพิ่มเติมรายการวัตถุกันเสียที่อนุญาตให้ใช้ได้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง  ดังนี้

          แก้ไขแทนที่รายการสารที่ 39 (สาร Methylchlorosiothiazolinone และ สาร Methylisothiazolinone (1))  โดยกำหนดปริมาณการผสม 3/1 โดยไม่เกิน 0.0015%

               แก้ไขแทนที่รายการสารที่ 57 (สาร Methylisothiazolinone (2)โดยกำหนดความเข้มข้นสูงสุดไม่เกิน 0.1%

     แก้ไขแทนที่รายการสารที่ 12 (กรด 4-Hydroxybenzoix , สาร methylparaben, สาร potassium ethylparaben, สาร potassium paraben, สาร sodium methylparaben, สาร sodium ethylparaben, ethylparabenสาร sodium paraben, สาร potassium methylparaben และ สาร calcium paraben)  โดยกำหนดความเข้มข้นสูงสุดของกรดไม่เกิน 0.4% สำหรับเอสเตอร์เดียว (single ester) และ 0.8% สำหรับเอสเตอร์แบบผสม (mixture of esters) และ

                  เพิ่มรายการสารที่ 12a (สาร Butylparaben, สาร propylparaben, สาร sodium propylparaben, สาร sodium butylparaben, สารpotassium butylparaben และ สาร potassium propylparaben    โดยกำหนดความเข้มข้นสูงสุดของกรดไม่เกิน 0.14% สำหรับผลรวมของความเข้มข้นเฉพาะ และความเข้มข้นสูงสุดของกรดไม่เกิน 0.8% สำหรับสารที่ได้รับการผสม

กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Journal of the European Union : EU Regulation No 1003/2014 และ No 1004/2014

********************************

4  ธันวาคม  2557

แบ่งปัน

Facebook Twitter