EU แก้ไขระเบียบการใช้ข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพบางข้อความ ซึ่งอ้างถึงสรรพคุณในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค

18 ธันวาคม 2557 | ผู้ชม 472 ครั้ง

EU แก้ไขระเบียบการใช้ข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพบางข้อความ ซึ่งอ้างถึงสรรพคุณในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค

  ด้วย เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 1135/2014 และออก Commission Regulation (EU) No 1226/2014 และ No 1228/2014 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 เพื่ออนุญาตให้ใช้ข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (Health Claims) บางข้อความในผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งอ้างถึงสรรพคุณในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค โดยผู้ประกอบการจะสามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณที่ได้รับอนุญาตในผลิตภัณฑ์อาหารที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพฯ ได้ ก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ระบุ ดังนี้  

 

สารอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทอาหาร

 

คำกล่าวอ้างสรรพคุณ

เงี่อนไขการใช้ข้อความกล่าวอ้างสรรพคุณ

เงี่อนไข/ข้อกำหนดการใช้อาหาร และ/หรือ คำชี้แจง/คำเตือน เพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิงข้อคิดเห็นของEFSA

1.) กรดโฟลิก (Folic acid)

การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมกรดโฟลิก ช่วยเพิ่มปริมาณสารโฟเลตของมารดาระหว่างตั้งครรภ์(Maternal folate status)การมีสารโฟเลตในปริมาณต่ำระหว่างการตั้งครรภ์เป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติในการสร้างหลอดประสาท(Neural tube defects)ของทารกในครรภ์

สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้ปริมาณกรดโฟลิก อย่างน้อย 400 µgต่อการบริโภคในแต่ละวัน

ต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคว่า กลุ่มเป้าหมายคือ สตรีในช่วงวัยที่ตั้งครรภ์ได้ และผลประโยชน์ที่จะได้รับจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมกรดโฟลิกในปริมาณ 400 µgต่อวัน เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ไปจนถึง 3 เดือนหลังการปฏิสนธิ

-

Q-2013-00265

2.) กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มีพันธะคู่ 1 ตำแหน่ง และ/หรือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มี พันธะคู่ ตั้งแต่ 2 ตำแหน่งขึ้นไป(Monounsaturated and/or polyunsaturated fatty acids)

การบริโภคไขมันชนิดไม่อิ่มตัวแทนไขมันชนิดอิ่มตัว สามารถช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ การมีระดับโคเลสเตอรอลสูงเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ(Coronary heart disease)

สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวในปริมาณสูง โดยต้องอ้างอิงจากคำกล่าวอ้างที่ว่า“HIGH UNSATURATED FAT”ที่ระบุในส่วนAnnexของRegulation (EC) No 1924/2006

สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวกับไขมันและน้ำมันเท่านั้น

Q-2009-00458

3.) แคลเซียม(Calcium)

 

แคลเซียมช่วยลดการสูญเสียเนื้อกระดูก(Bone mineral)ในสตรีวัยหลังหมดประจำเดือน(Post-menopausal)การมีค่าความหนาแน่นกระดูกต่ำเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกเนื่องจากภาวะกระดูกพรุน

สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ให้ปริมาณแคลเซียมอย่างน้อย 400mgต่อหน่วยบริโภค

ต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคว่า ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่สตรีวัย 50 ปีขึ้นไป และผลประโยชน์ที่จะได้รับจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารทั้งหมดในปริมาณอย่างน้อย 1,200 µgต่อวัน

ใช้สำหรับอาหารที่มีการเพิ่มแคลเซียม โดยสามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับอาหารที่มีกลุ่มเป้าหมายคือสตรีวัย 50 ปีขึ้นไป

Q-2008-721

Q-2009-00940

4.) แคลเซียมและวิตามินดี(Calcium and vitamin D)

 

แคลเซียมและวิตามินดีช่วยลดการสูญเสียเนื้อกระดูก(Bone mineral)ในสตรีวัยหลังหมดประจำเดือน การมีค่าความหนาแน่นกระดูกต่ำเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกเนื่องจากภาวะกระดูกพรุน

สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ให้ปริมาณแคลเซียมอย่างน้อย 400mgและวิตามินดี อย่างน้อย 15 µgต่อหน่วยบริโภคในแต่ละวัน

ต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคว่า ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ สตรีวัย 50 ปีขึ้นไป และผลประโยชน์ที่จะได้รับจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารทั้งหมดในปริมาณอย่างน้อย 1,200 µgต่อวัน และวิตามินดี อย่างน้อย 20 µgต่อวัน

 

ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี โดยสามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กลุ่ม เป้าหมายคือสตรีวัย 50 ปีขึ้นไป

Q-2008-721

Q-2009-00940

5.) วิตามินดี(Vitamin D)

 

วิตามินดีช่วยลดความเสี่ยงต่อการ หกล้มที่เกิดจากปัญหาในเรื่องการทรงตัว(Postural instability)และกล้ามเนื้ออ่อนแรง การหกล้มเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกในผู้สูงอายุทั้งเพศชายและหญิง วัย 60 ปีขึ้นไป

สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ให้ปริมาณวิตามินดี อย่างน้อย 15 µgต่อหน่วยบริโภคในแต่ละวัน

ต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคว่า ผลประโยชน์ที่จะได้รับจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับวิตามินดี จากแหล่งอาหารทั้งหมดในปริมาณอย่างน้อย 20 µgต่อวัน

 

ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวิตามินดี โดยสามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กลุ่มเป้าหมายคือบุรุษและสตรีวัย 60 ปีขึ้นไป

Q-2010-01233

 

 

ทั้งนี้ กฎระเบียบ Commission Regulation (EU) No 1135/2014 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 255เป็นต้นไป และCommission Regulation (EU) No 1226/2014 และ No 1228/2014 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2557 เป็นต้นไป  

กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบ   ต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Official Journal of the European Union: Commission Regulation (EU) No 1135/2014, No 1226/2014 และ No 1228/2014

*****************************

18  ธันวาคม  2557

แบ่งปัน

Facebook Twitter