อินโดนีเซียแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับการติดฉลากภาษาอินโดนีเซียบนสินค้า

18 ธันวาคม 2557 | ผู้ชม 511 ครั้ง

อินโดนีเซียแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับการติดฉลากภาษาอินโดนีเซียบนสินค้า

ด้วย กระทรวงการค้าของสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้ออกระเบียบเลขที่ 10/M-DAG/PER/1/2014 เพื่อแก้ไขระเบียบเลขที่ 10/M-DAG/PER/11/2013 เกี่ยวกับการติดฉลากภาษาอินโดนีเซีย(Bahasa)  บนสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ ซึ่งต้องติดอย่างแข็งแรงแบบนูนหรือพิมพ์บนผลิตภัณฑ์ โดยกฎระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิ์ทราบข้อเท็จจริงในการซื้อสินค้า ทั้งนี้กฎระเบียบข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้สำหรับสินค้าที่ยังไม่วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป และจะมีผลบังคับใช้กับสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2557 เป็นต้นไป  

ฉลากภาษาอินโดนีเซียจะต้องระบุรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องระบุชื่อที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ โดยมีรายละเอียดสรุปดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ/ผ้าทอหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นชุดชั้นใน  ชุดว่ายน้ำ  ผ้าพันคอ  ถุงเท้า และเสื้อผ้าชายหาด เป็นต้น จะต้องระบุยี่ห้อ/ชื่อสินค้า  ส่วนประกอบเส้นใย คำแนะนำการดูแล  ขนาด และแหล่งกำเนิดสินค้า 

2. ผลิตภัณฑ์รองเท้า  จะต้องระบุยี่ห้อสินค้า  ขนาด  แหล่งกำเนิดสินค้า  ชื่อสินค้า  ชื่อผู้นำเข้า และสัญลักษณ์ ( ในกรณีที่เป็นรองเท้าหนัง) ทั้งนี้ถ้าสินค้าไม่มีบรรจุภัณฑ์ทั้งกล่องหรือถุงพลาสติกใส รายละเอียดในฉลากจะต้องระบุบนสินค้า

3. ผลิตภัณฑ์กระเป๋าหนัง  จะต้องระบุชื่อหรือยี่ห้อสินค้า  แหล่งกำเนิด  แหล่งกำเนิดสินค้า  ขนาด  สัญลักษณ์ ( )  คำแนะนำในการดูแล  และชื่อที่อยู่ของผู้นำเข้า ทั้งนี้รายละเอียดของคำแนะนำการดูแลอาจเป็นภาษา Bahasa หรือภาษาอื่น ๆ ได้  แต่ยี่ห้อสินค้าและแหล่งกำเนิดสินค้าจะต้องเป็นภาษา Bahasa

กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กฎระเบียบ No.07/M – IND/PER/1/2014

******************************

ที่มา:      http://product-industries-research.hktc.com

              http://www.bureauveritas.com

18  ธันวาคม  2557

แบ่งปัน

Facebook Twitter