ด้วย สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมาย Commission Regulation (EU) No 1297/2014 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2557 เพื่อแก้ไขระเบียบ Regulation (EC) No 1272/2008 ว่าด้วยการจำแนก การติดฉลาก และบรรจุภัณฑ์ของสารอันตรายและสารผสม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมใน Article 1,2,3 และ ANNEX II ข้อ 3.3 ว่าด้วยน้ำยาซักผ้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ละลายได้สำหรับการใช้งานครั้งเดียว เนื่องจากเป็นพิษอย่างรุนแรง และเป็นอันตรายต่อตาของทารกทั้งนี้ กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2557 แต่ในทางปฏิบัติจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2558เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้
1) Article 1 : แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่ละลายน้ำได้สำหรับการใช้งานครั้งเดียว
2) Article 2 : ขยายเวลาการบังคับใช้ของ Regulation (EC) No 1272/2008 และ Directive 1999/45/EC จากวันที่ 1 มิถุนายน 2558 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2558
3) Annex II ข้อ 3.3 : น้ำยาซักผ้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ละลายได้สำหรับการใช้งานเพียงครั้งเดียว ดังนี้
3.3.1 : น้ำยาซักผ้าดังกล่าวจะต้องมีบรรจุภัณฑ์ด้านนอกอีกชั้น
3.3.2 : ลักษณะบรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุดมีข้อกำหนด ได้แก่ ลักษณะขุ่น/ทึบแสง เพื่อที่จะไม่สามารถมองเห็นตัวสินค้าหรือปริมาณภายในของสินค้า/ระบุข้อควรระวังว่า “เก็บให้พ้นจากมือเด็ก” ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย/ภาชนะจะต้องเปิดและปิดง่ายและสามารถตั้งได้/บรรจุภัณฑ์จะต้องทำให้เด็กเล็กเปิดได้ยากด้วยมือและต้องสามารถเปิดและปิดได้ตลอดช่วงเวลาของบรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด เป็นต้น
3.3.3 : บรรจุภัณฑ์ที่ละลายได้จะต้องมีข้อกำหนดดังนี้
(1) หากเกิดอุบัติเหตุทางช่องปาก ความเข้มข้นของสารปรุงแต่งเพื่อป้องกันเด็กและสินค้าจากการบริโภคจะต้องปลอดภัยและจะต้องเอาออกจากปากภายในเวลาไม่เกิน 6 วินาที
(2) บรรจุภัณฑ์ที่ละลายน้ำได้วางอยู่ในน้ำที่อุณหภูมิ 20 C จะต้องรักษาของเหลวที่บรรจุอย่างน้อย 30 วินาที
(3) ภายใต้เงื่อนไขมาตรฐานการทดสอบ จะต้องต้านทานความทนแรงดันอัดวิศวกรรมเครื่องกลได้อย่างน้อย 300 N
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Official Journal of the European Union: Commission Regulation (EU) No 1297/2014
***************************
25 ธันวาคม 2557