แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายจีนที่ผู้ผลิตควรให้ความสนใจในปี 2558
12 กุมภาพันธ์ 2558 | ผู้ชม 511 ครั้ง
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายจีนที่ผู้ผลิตควรให้ความสนใจในปี 2558
จากรายงานข่าวของสำนักข่าวชินหัวของจีนเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๗ และบทวิเคราะห์แนวโน้มอนาคตสำหรับการค้าการลงทุนต่างชาติในจีน (Foreign Direct Investment: FDI) ต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๘ พบว่า สภานิติบัญญัติจีนได้ทำการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ โดยกฎหมายฉบับนี้ได้กล่าวถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนด้านการศึกษาผลกระทบของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสาธารณะ ซึ่งจีนมีความพยายามที่จะปรับปรุงกรอบกฎหมายให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยการสนับสนุนการเพิ่มบทลงโทษผู้ผลิตที่สร้างความเสียหายต่อสภาพแวดล้อม มีการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมบางส่วนให้มีความเข้มงวดแล้ว และได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา สัญญาณเริ่มแรกซึ่งชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม คือการที่กระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจีนได้ประกาศมาตรการการบริหารคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ได้แก่ มาตรการการปรับรายวันอย่างต่อเนื่อง มาตรการการจับกุมและกักขังผู้ที่กระทำผิด การละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม มาตรการการระงับการใช้สินค้าและการหยุดผลิตสินค้าเพื่อปรับปรุงสินค้าให้ตรงตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรการการตรวจสอบอุบัติเหตุทางสิ่งแวดล้อมและการบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อม และมาตรการการเปิดเผยข้อมูลสิ่งแวดล้อมของบริษัทและองค์กร
ปัจจุบันจีนได้กำหนดใช้มาตรการทางการค้าหลายรูปแบบในการควบคุมดูแลสินค้าเกือบทุกกระบวนการ ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้า การนำสินค้าออกสู่ตลาด การรักษาความน่าเชื่อถือของสินค้าและความสามารถในการแข่งขัน ของสินค้า โดยล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ รัฐบาลจีนได้มีการออกกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ทุกกระบวนการของผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนกว่า ๖๐ ฉบับ ข้อกฎหมายเหล่านี้ครอบคลุมถึงประเด็นต่างๆ เช่น การประเมินการตรวจสอบคุณภาพสภาพแวดล้อม การควบคุมเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม การตรวจสอบคุณภาพของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ใบอนุญาตสารเคมีอันตราย การรื้อกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น จากการทำงาน และการมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย โดยในอนาคตภายในไม่ กี่เดือนข้างหน้านี้ จะมีข้อกฎหมายและมาตรการอื่นๆ ตามมาอีกมากที่จะมีผลทั้งกับผู้ผลิตที่อยู่ในจีนและผู้ที่ทำธุรกิจกับจีน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการออกกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือความยั่งยืนแล้ว ในอนาคตจะมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเด็นอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ผลิตในปี ๒๕๕๘ นี้
กรมการค้าต่างประเทศเห็นว่า ไทยมีสินค้าส่งออกไปยังจีนเฉลี่ยปีละกว่า ๗97,317 ล้านบาท (ปี พ.ศ. 255๕-255๗) โดยมีการส่งออกสินค้าที่สำคัญ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ยางพารา เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ซึ่งทางจีนกำลังให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การคาดเดาผลกระทบทางกฎหมายในจีนนั้นถือเป็นเรื่องยาก ผู้ผลิตควรพิจารณาข้อกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ให้ลึกลงไปถึงหน่วยงานที่บังคับใช้มาตรการ เนื้อหา และขอบเขตอำนาจที่กฎหมายครอบคลุม เนื่องจากหลายข้อกฎหมายมีผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าทุกประเภท ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่กำลังทำธุรกิจกับจีนควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางด้านกฎหมายเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมาในอนาคต
********************************
12 กุมภาพันธ์ 2558