สิงคโปร์ประกาศแผนงานพัฒนาความยั่งยืน ฉบับปี 2558
19 กุมภาพันธ์ 2558 | ผู้ชม 269 ครั้ง
สิงคโปร์ประกาศแผนงานพัฒนาความยั่งยืน ฉบับปี 2558
จากการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสิงคโปร์ Today Online รายงานว่า นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ (นายลี เซียนลุง) ได้ประกาศแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสิงคโปร์ฉบับปี ๒๕๕๘ (Sustainable Singapore Blueprint: SSB) ในงานกิจกรรมประจำปีรณรงค์ความสะอาดและสีเขียว (The annual Clean and Green Singapore) ว่ารัฐบาลจะทุ่มเงินจำนวนกว่า ๑.๕ พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ภายใน ๕ ปีข้างหน้าเพื่อประเทศที่น่าอยู่และมีอนาคตอย่างยั่งยืน แผนงานดังกล่าวเป็นแผนงานฉบับที่สองที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลังจากที่ได้เคยประกาศแผนงานฉบับแรกเมื่อปี ๒๕๕๒ ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ (Ministry of Environment and Water Resources: MEWR) ได้เคยรวบรวมไว้ แสดงให้เห็นว่าสิงคโปร์ได้ดำเนินการตามแผนและใกล้บรรลุเป้าหมายแล้วในแผนงานฉบับแรก (๒๕๕๒) ส่งผลให้เป้าหมายฉบับที่สอง (๒๕๕๘) ซึ่งเป็นแผนงานล่าสุดในแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ถูกปรับตั้งให้สูงขึ้นอีก
หนึ่งในมาตรการสิ่งแวดล้อมตามแผนงานความยั่งยืนของสิงคโปร์คือการสนับสนุนการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสิงคโปร์กำหนดมาตรฐานด้านการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากยานพาหนะให้สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งประกอบด้วย ๒ มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการการเก็บภาษียานพาหนะที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Emissions-based Vehicle Scheme) และมาตรการการติดฉลากในยานพาหนะที่ประหยัดน้ำมัน (Fuel Economy Labelling Scheme)
นอกจากนั้น ในฐานะที่สิงคโปร์เป็นหนึ่งในท่าเรือหลักของโลก ทางภาครัฐฯ จึงได้มีการสนับสนุนระบบการขนส่งทางเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้เสนอแนวคิดMaritime Singapore Green Initiative โดยการกระตุ้นให้เจ้าของเรือเปลี่ยนรูปแบบเรือเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้เทคโนโลยีกำจัดของเสีย (Scrubber Technology) การสนับสนุนให้เรือเดินสมุทรลดการปล่อยมลพิษ และการมอบเงินช่วยเหลือให้กับบริษัทเดินเรือท้องถิ่น เพื่อพัฒนาและนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะช่วย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้อย่างจริงจัง
กรมการค้าต่างประเทศตระหนักว่า ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิงคโปร์จัดเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยอันดับ ๓ รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย มีการเจริญเติบโตที่แข็งแกร่งประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์มีมูลค่าการค้าเฉลี่ย ๓๓๖,๖๙๙ ล้านบาท (๒๕๕๕-๒๕๕๗) ดังนั้น การกำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสิงคโปร์ ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่กำลังพยายามขยายการส่งออกโดยมุ่งเป้าไปที่ตลาดดังกล่าว ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและส่งออกสินค้าที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมได้ นับเป็นโอกาสอันดีที่จะสามารถขยายตลาดและพื้นที่ในการค้าและการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.todayonline.com/singapore/sustainable-singapore-blueprint-launched
****************************
19 กุมภาพันธ์ 2558