สหรัฐอเมริกาอนุมัติสารทำความเย็นชนิดใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

27 มีนาคม 2558 | ผู้ชม 688 ครั้ง

สหรัฐอเมริกาอนุมัติสารทำความเย็นชนิดใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 มีคำแถลงที่เผยแพร่สู่สื่อต่างๆ ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา(นายบารัค โอบาม่า) เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (Climate Action Plan) ของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (Environmental Protection Agency: EPA)ได้เพิ่มทางเลือกการใช้สารทำความเย็นชนิดต่าง ๆ สำหรับเครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น ซึ่งปกป้องและไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ สารทำความเย็นภายใต้แผนปฏิบัติการฯ เรียกว่า นโยบายทางเลือกใหม่ที่สำคัญของ EPA (EPA’s Significant New Alternatives Policy : SNAP) โดยได้ระบุและอนุมัติสารเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมภายใต้ SNAP การประเมินสารเคมีที่นำมาใช้ทดแทนและสามารถปกป้องโอโซนในชั้นบรรยากาศ ยังขยายรวมถึงสารที่อาจทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (global warming potential) ในสัดส่วนที่น้อยกว่าหรือต่ำลง โดยจะทดแทนสารที่ทำลายชั้นโอโซน และสารไฮโดรฟลูโอคาร์บอน (Hydrofluorocarbons : HFCs) ภายหลังจากการได้รับข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และบุคคลโดยทั่วไป EPA ยังได้เห็นชอบเพิ่มเติมสารทำความเย็นชนิดไฮโดรคาร์บอนที่มีผลกระทบต่อโลกร้อนในสัดส่วนที่ต่ำ โดยกำหนดเงื่อนไขการใช้สารในตู้เย็น ตู้แช่ และเครื่องปรับอากาศ ดังนี้

1.      Ethane (สารอีเทน) เป็นสารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำ และไม่มีกลไกการถ่ายเทความร้อน

2.      Isobutane (ไอโซบิวเทน) ในตู้แช่อาหารที่ร้านค้าปลีก และตู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม

3.      Propane (โปรเพน) ในตู้เย็น ตู้แช่เย็น แช่แข็ง และเครื่องปรับอากาศ ที่ใช้ตามบ้านเรือน ที่พักอาศัย

4.      Hydrocarbon blend R-441A (ไฮโดรคาร์บอน) ในตู้แช่อาหารที่ร้านค้าปลีก และตู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องปรับอากาศ และ

5.      HFC-32 หรือ Difluoromethane (ไดฟลูออโรมีเทนในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งใช้เป็นสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อโลกร้อนในสัดส่วน 1 ใน 3 ของสารทำความเย็นชนิดดั้งเดิม

ปัจจุบันสารทำความเย็นดังกล่าวได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรปและเอเซีย และเป็นทางเลือกในอนาคตที่จะทำให้สภาพภูมิอากาศดีขึ้น ซึ่ง EPA จะทำงานร่วมกันกับภาคเอกชน โดยจะนำสารทำความเย็นชนิดใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้ามาสู่ท้องตลาด เนื่องจากการปลดปล่อย และการกำจัดสารดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม และสามารถคุ้มครองป้องกันด้านสุขภาพอนามัยของมนุษย์

จากข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รวมถึงเครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น ไปสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยปีละ 11,300 ล้านบาท (ปี 2555-2557) และในปี 2558 (ม.ค.) มีการส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รวมถึงเครื่องคอมเพรสเซอร์ของเครื่องทำความเย็น ไปสหรัฐอเมริกา มีมูลค่า 1,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการค้าส่งออก-นำเข้า ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย รวมทั้งผู้ใช้สารทำความเย็นที่นอกเหนือสารดังกล่าวในการผลิตสินค้าควรเร่งปรับเปลี่ยนใช้สารทำความเย็นดังกล่าวทดแทน และหากยังมีความจำเป็นต้องใช้/จำหน่าย/ผลิตสารเหล่านี้ควรติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาอนุมัตินำสารทำความเย็นชนิดใหม่ดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://www.epa.gov

**********************************

27  มีนาคม  2558

แบ่งปัน

Facebook Twitter