EU ขยายขอบเขตของการใช้น้ำมันที่มีกรดไขมัน DHA และ EPA-rich oil จาก "the micro-algae Schizochytrium sp." เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบอาหารที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ (Novel food Ingredient)

21 พฤษภาคม 2558 | ผู้ชม 579 ครั้ง

EU ขยายขอบเขตของการใช้น้ำมันที่มีกรดไขมัน DHA และ EPA-rich oil จาก "the micro-algae Schizochytrium sp." เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบอาหารที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ (Novel food Ingredient)

  สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) 2015/546 เพื่อปรับแก้ไข Regulation (EC) No. 258/97 การขยายขอบเขตการใช้น้ำมันที่มีกรดไขมัน DHA (docosahexaneoic acid) และ EPA (eicosapentaenoic aid)-rich oil จาก “the micro-algae Schizochytrium sp.” เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบอาหารที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ (Novel food Ingredient) เนื่องจาก กรดไขมัน DHA และ EPA เป็นกลุ่มกรดไขมันที่สำคัญในกลุ่ม Omega 3 ซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายและอวัยวะอื่นๆอีกด้วย โดยมีรายละเอียดได้ดังนี้

1. อนุญาตให้วางจำหน่ายน้ำมันที่มีกรดไขมัน DHA และ EPA จาก “the micro-algae Schizochytrium sp.” เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบอาหารที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ (Novel food Ingredient) โดยระบุคุณสมบัติทางกายภาพใน Annex I และกำหนดปริมาณการบริโภคสูงสุดของกรดไขมัน DHA และ EPA ของอาหารเสริมในAnnex II ดังนี้

·    Annex I : คุณสมบัติทางกายภาพของกรดไขมัน DHA และ EPA ที่มาจาก Schizochytrium sp.

 

การตรวจสอบ

คุณสมบัติของสาร

ค่าของกรด(Acid value)

ไม่เกิน 0.5mg KOH/g

ค่าของเปอร์ออกไซด์(Peroxide value (PV))

ไม่เกิน 5.0meq/kg oil

ความชื้นและสารระเหย(Moisture and volatiles)

ไม่เกิน 0.05%

Unsaponifiables

ไม่เกิน 4.5%

Trans Fatty Acid

ไม่เกิน 1.0%

ปริมาณกรดไขมันDHA

ไม่เกิน 22.5%

ปริมาณกรดไขมันEPA

ไม่เกิน 10%

 

·    Annex II : ปริมาณสูงสุดของกรดไขมัน DHA และ EPA-rich oil คือ 3,000 mg/วัน สำหรับผู้ใหญ่     ตามคำแนะนำของผู้ผลิต ยกเว้น สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร

2. ระบุบนฉลากอย่างชัดเจนของสินค้าอาหารว่า “DHA and EPA-rich oil from the micro-algae Schizochytrium sp.”

กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Journal of the European Union: L90/11, 2.4.2015

 

***************************

ที่มา http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/ALL/?uri=OJ:JOL_2015_090_R_0004

 

21  พฤษภาคม  2558

แบ่งปัน

Facebook Twitter