The Standardization Administration of China (SAC) ของสาธารณรัฐประชาชนจีนออกข้อกำหนดGB 31701-2015 “Safety Technical Code for Infants and Children Textile Products” ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับทารกและเด็ก ทั้งนี้ กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป แต่สำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2559 และปฎิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว อนุญาตให้วางจำหน่ายได้ จนถึงตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์สิ่งทอจะครอบคลุมถึงทารกอายุ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 36 เดือน และเด็กอายุระหว่าง 3 - 14 ปี
ยกเว้นของเล่นเด็กแบบ soft/stuffed หัตถกรรมสิ่งทอ/สินค้าศิลปกรรม ผ้าอ้อมเด็ก กระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทาง เป้สะพายหลัง ร่ม พรมปูพื้น พรม rugs และชุดออกกำลังกาย
2. การแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับทารกและเด็ก แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
|
Class A
|
Class B
|
Class C
|
|
ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับเด็กทารก
|
ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับเด็กที่สัมผัสกับผิวหนัง
|
ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับเด็กที่ไม่สัมผัสกับผิวหนัง
|
3. ข้อกำหนดของผ้าทอและวัตถุดิบเติมแต่ง ได้แก่ ความคงทนของสีต่อการถู สารโลหะหนัก สาร Phathalate ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และความสามารถในการติดไฟ รวมทั้งการเติมแต่งโดยใช้เส้นใยสังเคราะห์ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ GB 18401 และสำหรับการเติมแต่งโดยใช้ขนเป็ดและสัตว์ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทางจุลชีววิทยา GB/T 17685
4. ข้อกำหนดการติดฉลาก:
4.1 ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับทารก จะต้องระบุบนฉลากเป็นภาษาจีน “textile products for infants” เช่น “GB 31701 婴幼儿用品”
4.2 ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับเด็ก จะต้องระบุประเภทความปลอดภัย เช่น “GB 31701 Type A” หรือ “GB 31701 Type B” หรือ “GB 31701 Type C” บนฉลากอย่างชัดเจน
4.3 ตำแหน่งการตัดเย็บฉลากอย่างถาวรสำหรับผลิตภัณฑ์ทารก
5. มาตรฐานความปลอดภัย:
5.1 ความแข็งแรงของอุปกรณ์ยึดติดในผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับทารก
5.2 ข้อกำหนดของ จุด/ขอบที่มีความคม เชือกผูกและเชือกที่มีหูรูด
5.3 ไม่อนุญาตให้มีเข็มและวัตถุมีคมอยู่ในบรรจุภัณฑ์/บนผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำหรับทารกและเด็ก
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.intertek.com/consumer/insight-bulletins/gb-31701-2015-effective-june-2016-in-china/