สหรัฐอเมริกาบรรลุข้อตกลงหยุดใช้สารไตรคลอโรเอทีลีน (TCE)

03 กันยายน 2558 | ผู้ชม 567 ครั้ง

สหรัฐอเมริกาบรรลุข้อตกลงหยุดใช้สารไตรคลอโรเอทีลีน (TCE)

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2558 สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา(Environmental Protection Agency: EPA) ได้บรรลุข้อตกลงกับผู้ผลิตว่าจะหยุดใช้สารไตรคลอโรเอทีลีน (Trichloroethylene : TCE) ในผลิตภัณฑ์สเปรย์ฉีดพ่นในงานศิลปะและงานฝีมือโดยสมัครใจ เพื่อพยายามจะลดการใช้สารเคมีอันตรายดังกล่าวที่จะแพร่กระจายในพื้นที่สาธารณะ โดยสำนักงานความปลอดภัยด้านเคมีและการป้องกันมลพิษ       (the Office of Chemical Safety and Pollution Prevention : OCSPP) ภายใต้ EPA ได้แสดงความพอใจต่อความพยายามของบริษัทเอกชนที่สมัครใจหยุดใช้สารTCE ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคอื่นๆ ให้ปลอดจากสารเคมีดังกล่าวด้วย และยังได้เสนอให้ EPA ทบทวนการนำเสนอ รวมทั้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สเปรย์ฉีดพ่นชนิดใหม่ๆ และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่มีสารดังกล่าว ก่อนที่นำเข้ามาจำหน่ายในท้องตลาด หลังจากที่ได้ประเมินความเสี่ยงของสาร TCE เพื่อปกป้องอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 จะกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการนำสารดังกล่าวไปสู่การบรรจุเป็นสารเคมีในบัญชีของพระราชบัญญัติควบคุมสารเคมีที่เป็นอันตรายของสหรัฐฯ (Toxic Substances Control Act : TSCA) ต่อไป และบริษัทที่ทำผลิตภัณฑ์สเปรย์แอโรซอล (the PLZ Aeroscience Corporation) ให้คำมั่นว่าจะเลิกใช้สาร TCE ในบรรจุภัณฑ์สินค้าที่สามารถถูกปล่อยออกเป็นละอองของเหลว (สเปรย์) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558

ปัจจุบัน EPA ได้ใช้กฎการใช้งานอย่างมีนัยสำคัญใหม่ (Significant New Use Rule : SNUR) ภายใต้ TSCA กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้ใช้ รวมถึงผู้นำเข้าสารเคมีดังกล่าว ต้องแจ้งให้ EPA ทราบภายใน 90 วัน และจะประเมินความปลอดภัย วัตถุประสงค์/ความจำเป็นในการใช้สารเคมีดังกล่าว เพื่อกำหนดเป็นมาตรการห้ามใช้ หรือจำกัดการใช้สารเคมีดังกล่าว ก่อนที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีดังกล่าวมาจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งในขณะนี้ SNUR ยังไม่มีผลต่อการใช้สารดังกล่าว นอกจากนั้น EPA ยังสนับสนุนให้มีการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะติดตามคืบหน้าในการลดใช้สารเคมีดังกล่าวในผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ ซึ่งสามารถเสนอข้อคิดเห็นได้ภายใน 60 วัน ก่อนนำไปตีพิมพ์ในวารสารทางการต่อไป

จากข้อมูลสถิติการส่งออก จะเห็นได้ว่าไทยมีมูลค่าการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยปีละ 6,340 ล้านบาท (ปี 2555-2557) และในปี 2558 (ม.ค.-มิ.ย.) มีการส่งออกเคมีภัณฑ์ มีมูลค่า 3,532  ล้านบาท ลดลง  ร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ/ ผู้ส่งออก-นำเข้า ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย ผู้ใช้สารเคมีดังกล่าวในการผลิตสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ควรให้ความสนใจและติดตาม         ความคืบหน้าเรื่องมาตรการหยุดใช้สารเคมีดังกล่าว เพื่อจะได้มีการปรับตัวได้ทันสถานการณ์ทางการค้า และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกเคมีภัณฑ์ของไทย ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์http://www.epa.gov/ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้สอดคล้องกับกฎระเบียบดังกล่าว โดยไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก

**************************

3  กันยายน  2558

แบ่งปัน

Facebook Twitter