EU แก้ไขระเบียบค่าสารตกค้างสุงสุด (MLRs) ของสาร Aluminium salicylate,basic ในสินค้าอาหารที่ผลิตจากสัตว์

24 กันยายน 2558 | ผู้ชม 648 ครั้ง

EU แก้ไขระเบียบค่าสารตกค้างสุงสุด (MLRs) ของสาร Aluminium salicylate,basic ในสินค้าอาหารที่ผลิตจากสัตว์

สหภาพยุโรปได้ออก Commission Implementing Regulation (EU) No 2015/1308 เพื่อแก้ไขรายการสาร Aluminium salicylate, basic ในตารางที่ 1 ส่วนภาคผนวก (Annex) ของ Regulation (EU) No 37/2010 โดยปรับแก้ไขค่าสารตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limits: MRLs) และข้อกําหนดการใช้สารAluminium salicylate, basic ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ทางยา (Pharmacologically Active Substances) ใช้ในทางปศุสัตว์ที่อาจพบสารตกค้างในสินค้าอาหารที่ผลิตจากสัตว์ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวจะมีผลทางกฎหมายตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2558 เป็นต้นไป แต่ในทางปฏิบัติจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2558 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

 

สารที่ออกฤทธิ์ทางยา

(Pharmacologically active Substance)

สารตกค้างที่ตรวจพบ

(Marker Residue)

ประเภทของสัตว์

(Animal Species)

ค่าสารตกค้างสูงสุด

(MRLs)

เนื้อเยื้อเป้าหมาย

(Target Tissues)

ข้อกําหนดอื่นๆ(ตามArticle14(7) ของRegulation(EC)No470/2009)

ประเภทของการรักษา

(Therapeutic Classification)

Aluminium salicylate, basic

Salicylic acid

โค (Bovine)

แพะ (Caprine)

Equidae

และกระต่าย (Rabbit)

200 µg/kg
500 µg/kg
1,500 µg/kg

1,500 µg/kg

กล้ามเนื้อ

(muscles)

ไขมัน (fat)

ตับ (liver)

ไต (kidney)

ค่าสารตกค้างสูงสุดชั่วคราว (Provisional MRLs)จะสิ้นสุดการอนุญาตใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2559

ยาแก้ท้องเสีย (antidiarrhoeal)และยาแก้ลำไส้อักเสบเรื้องรัง(intestinal .anti-inflammatory agents)

โค (Bovine)

แพะ (Caprine)

และEquidae

9 µg/kg

นม (milk)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่สามารถระบุได้

 

อาหารทุกชนิดที่ผลิตจากสัตว์ ยกเว้น โค (Bovine)

แพะ (Caprine)

Equidae

กระต่าย (Rabbit)

และ fin fish

ไม่มีข้อกำหนดค่าสารตกค้างสูงสุด

ไม่สามารถระบุได้

สำหรับการใช้งานเฉพาะที่เท่านั้น

 

 

  กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Official Journal of the European Union: Commission Implementing Regulation (EU) 2015/1308, L 200/11

****************************

24  กันยายน  2558

แบ่งปัน

Facebook Twitter