อียูแก้ไขแบบฟอร์มประกอบการนำเข้าสินค้าประมง

22 กันยายน 2554 | ผู้ชม 236 ครั้ง

อียูแก้ไขแบบฟอร์มประกอบการนำเข้าสินค้าประมง

นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

          คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) No.809/2011 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2554 เพื่อแก้ไขกฎระเบียบ Regulation (EU) No.2074/2005 เกี่ยวกับเอกสารประกอบการนำเข้าสินค้าประมงจากเรือขนส่งสินค้าประเภทห้องเย็น (Frozen Vessel) เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 เป็นต้นไป

          กฎระเบียบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดเอกสารประกอบการนำเข้าสินค้าให้มีรูปแบบสอดคล้องกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลหนังสือรับรองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในอียู โดยเอกสารที่มีการปรับรูปแบบ ได้แก่ (1) หนังสือรับรองสุขอนามัยและเอกสารอื่นๆ ที่ใช้ประกอบการนำเข้าสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์ เช่น หอยทาก ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และหอยสองฝา เป็นต้น และ (2) เอกสารที่ต้องได้รับการลงนามจากกัปตันเรือ

          นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอียูให้ความสำคัญกับการขนส่งสินค้าทางเรือเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่องทางขนส่งสินค้าที่มีปริมาณการขนส่งมากกว่าร้อยละ 90 ของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของอียู ดังนั้น อียูจึงมีการกำกับดูแลการขนส่งสินค้าให้มีความปลอดภัย มั่นคง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคนและสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการในการดำเนินการของประเทศสมาชิกเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการติดตามเรือที่มีความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ด้วย ผู้ส่งออกสินค้าไปอียูจึงควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย เช่น กรมประมง หรือกรมปศุสัตว์ เพื่อขอหนังสือรับรองสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์อย่างถูกต้อง เป็นการป้องกันปัญหาสินค้าถูกปฏิเสธการนำเข้า ซึ่งสินค้าอาจถูกทำลายหรือถูกตีกลับได้ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://อียูr-lex.อียูropa.อียู/LexUriServ/LexUriServ.do?uri= OJ:L:2011:207: 0001:0006:EN:PDF

          ในปี 2553 ไทยส่งออกสินค้าประมงไปอียู มูลค่าประมาณ 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552    ร้อยละ 6 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5 ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปอียู และในปี 2554 (ม.ค.-ก.ค.) ไทยส่งออกสินค้าประมงไปอียู มูลค่าประมาณ 20,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2553    ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 18,600 ล้านบาท

แบ่งปัน

Facebook Twitter