สหรัฐฯ ตรวจเข้มสารตะกั่วตกค้างสินค้าสำหรับเด็ก - มก.
05 กันยายน 2554 | ผู้ชม 203 ครั้ง
ฉบับที่ 199 / 2554 สหรัฐฯ ตรวจเข้มสารตะกั่วตกค้างสินค้าสำหรับเด็ก นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า
ภายใต้พระราชบัญญัติ The Consumer Product Safety Improvement Act of 2008 สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบสารตะกั่วตกค้างในสินค้าสำหรับเด็ก1/ จากระดับไม่เกิน 600 ppm เหลือไม่เกิน 300 ppm เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2552 เพื่อให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ล่าสุดประธานาธิบดีโอบามาได้ลงนามรับรองกฎหมาย Bill HR 2715 แล้ว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2554 เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ The Consumer Product Safety Improvement Act of 2008 สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1. ลดระดับสารตะกั่วตกค้างในสินค้าสำหรับเด็กได้ไม่เกิน 100 ppm หรือ 0.01 % มีผลบังคับใช้วันที่ 14 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ยกเว้นสินค้ายานยนต์ที่ไม่ได้วิ่งบนถนน รวมทั้ง snowmobiles สินค้ามือสองสำหรับเด็ก (ไม่รวมเครื่องประดับสำหรับเด็ก) และรถจักรยาน 2. ปริมาณสารตะกั่วในส่วนประกอบที่เป็นโลหะในสินค้ารถจักรยานตามกฎหมาย Notice of Stay of Enforcement Pertaining to Bicycles and Related Products of these products, specifically, 30 June 2009 จะมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 25542/ หลังจากนั้นจะอนุญาตให้มีสารตะกั่วตกค้างในส่วนประกอบที่เป็นโลหะในสินค้ารถจักรยานรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 300 ppm 3. กฎหมายมีผลบังคับต่อโรงงานผลิตสินค้า ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ผู้ค้าส่ง และร้านค้าปลีก สำหรับผู้ผลิตรายย่อยที่ผลิตสินค้าไม่เกิน 7,500 หน่วยต่อปี จะได้รับยกเว้นการทดสอบ 4. เปลี่ยนวิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อทดสอบจาก ‘random sample’ เป็น ‘representative sample’ โดยรายชื่อห้องปฏิบัติการทดสอบสามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ http://www.cpsc.gov/cgi-bin/labapplist.aspx) นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าสินค้าที่มีสารตะกั่วตกค้างเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด จะถือเป็นสินค้าอันตราย ห้ามจำหน่ายในสหรัฐฯ โดยผู้ละเมิดกฎหมายจะถูกปรับเป็นเงิน 5,000-100,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.85-15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับผู้ทำผิดบ่อยครั้ง หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ดังนั้น ผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยจึงควรพิจารณาออกแบบสินค้าโดยคำนึงถึงสารอันตรายต่างๆ โดยเฉพาะสารตะกั่วไม่ให้ตกค้างเกินปริมาณที่กำหนด ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://www.cpsc.gov/about/cpsia/cpsia.html
***************************
30 สิงหาคม 2554
ที่มา : 1.Bureau Veritas, August 2011, Bulletin 11B-140
2.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครชิคาโก