สหรัฐฯ ออกระเบียบเพิ่มความปลอดภัยสินค้าสำหรับเด็ก - มก.
05 กันยายน 2554 | ผู้ชม 1087 ครั้ง
ฉบับที่ 203 / 2554 สหรัฐฯ ออกระเบียบเพิ่มความปลอดภัยสินค้าสำหรับเด็ก นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า
ภายใต้พระราชบัญญัติ The Consumer Product Safety Improvement Act of 2008 ของสหรัฐฯ กำหนดให้สินค้าของเล่นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM F963-08 ซึ่งต้องผ่านการตรวจทดสอบสิ่งที่อาจเป็นอันตรายจากการเล่นของเด็ก 28 จุด / เช่น การติดไฟ สารพิษ ความแหลมคม น็อต/ ตะปู/ เชือก /สายไฟ ฯลฯ โดยมีเอกสารรับรอง (Certificate) จากห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองจาก The Consumer Product Safety Commission (CPSC) (รายชื่อห้องปฏิบัติการทดสอบสามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ http://www.cpsc.gov/cgi-bin/labsearch) มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2555 นอกจากนี้รัฐนิวยอร์กได้ออกกฎหมายห้ามใช้สาร Tris (2-Chloroethyl) Phosphate / หรือ TCEP ในผลิตภัณฑ์ดูแลเด็ก / โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2556 ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2554 หน่วยงาน Department of Ecology แห่งรัฐวอชิงตันได้ออกระเบียบภายใต้กฎหมาย Children’s Safe Product Act (CSPA) กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย องค์กรทางการค้า ซึ่งจำหน่ายสินค้าสำหรับเด็ก / ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายสูง (chemical of high concern to children : CHCC) จำนวน 66 รายการ เช่น ฟอร์มาดีไฮด์ แคดเมี่ยม เป็นต้น จะต้องยื่นรายงานการใช้สารเคมีต่อหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. ข้อกำหนดการรายงาน 1.1 เงื่อนไขการจัดทำรายงานการใช้สารเคมีอันตรายประเภท CHCC ในสินค้าสำหรับเด็ก ได้แก่ 1) สินค้าซึ่งมีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบสำคัญ (intentionally added) และมีความเข้มข้น เกินค่าต่ำสุดที่สามารถวัดได้ (Practical Quantification Limit : PQL) 2) สินค้าที่มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนเกิน 100 ppm (parts per million) 1.2. รายละเอียดของรายงาน ได้แก่ 1) รายชื่อสารเคมีอันตรายที่อยู่ในสินค้าสำหรับเด็ก ตามบัญชีรายการสารเคมีประเภท CHCC 2) คำอธิบายการใช้สารเคมีอันตราย CHCC ในสินค้าสำหรับเด็ก 3) ปริมาณสารเคมีอันตราย CHCC ในสินค้าสำหรับเด็ก ที่จะต้องรายงานเป็นช่วง เช่น 100 ppm – 500 ppm, 500 ppm – 1,000 ppm เป็นต้น 4) ชื่อและที่อยู่ของผู้ยื่นรายงาน 2. กำหนดเวลายื่นรายงานครั้งแรก ประเภทของผู้ประกอบการที่มียอดขายโดยรวมต่อปีทั้งภายในและนอก รัฐวอชิงตัน (ดอลลาร์สหรัฐฯ) ประเภทสินค้า/กำหนดเวลายื่นรายงานครั้งแรก Tier 1 : สินค้าที่เด็กสามารถนำเข้าปากได้ เช่น ป้อนอาหาร ดูด หรือของเล่น และสินค้าที่ใช้บนร่างกายเด็ก เช่น โลชั่น แชมพู ครีม หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในช่องปากของเด็กอายุไม่เกิน 3 ปี Tier 2 : สินค้าที่สัมผัสกับผิวหนังของเด็กโดยตรง มากกว่า 1 ชั่วโมง เช่น เครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องนอน Tier 3 : สินค้าที่สัมผัสกับผิวหนังของเด็กโดยตรง น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เช่น ของเล่น Tier 4 : สินค้าซึ่งไม่สัมผัสกับผิวหนัง หรือปากของเด็กโดยตรง มากกว่า 1 พันล้าน สิงหาคม 2555 กุมภาพันธ์ 2556 สิงหาคม 2556 case-by-case 250 ล้าน – 1 พันล้าน กุมภาพันธ์ 2556 สิงหาคม 2556 สิงหาคม 2557 case-by-case 100 ล้าน – 250 ล้าน สิงหาคม 2556 สิงหาคม 2557 สิงหาคม 2558 case-by-case 5 ล้าน – 100 ล้าน สิงหาคม 2557 สิงหาคม 2558 สิงหาคม 2559 case-by-case 1 แสน – 5 ล้าน สิงหาคม 2558 สิงหาคม 2559 สิงหาคม 2560 case-by-case น้อยกว่า 1 แสน สิงหาคม 2559 สิงหาคม 2560 สิงหาคม 2561 case-by-case หมายเหตุ : - ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้นำเข้า สินค้าสำหรับเด็ก ประเภท Tier 1 – Tier 3 จะต้องยื่นรายงานครั้งต่อไปทุกปีตามช่วงเวลาเดียวกันกับปีแรก - สินค้าสำหรับเด็ก Tier 4 ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้นำเข้า ไม่จำเป็นต้องยื่นรายงาน เว้นแต่มีการแก้ไขระเบียบดังกล่าว หรือพิจารณาเป็นบางรายการ (case-by-case) ซึ่งหน่วยงาน Department of Ecology จะเป็นผู้ประเมินว่าควรต้องยื่นรายงานหรือไม่ 3. ข้อยกเว้นการยื่นรายงาน 3.1 ผู้ค้าปลีกซึ่งไม่ใช่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า 3.2 ผู้ผลิตซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแผนการหรือกระบวนการควบคุมการผลิตที่สามารถลดการใช้สารเคมีอันตรายที่อาจปนเปื้อนในส่วนประกอบของสินค้าสำหรับเด็ก 3.3 สินค้าบางรายการ ได้แก่ ยา ที่จำหน่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC drug) และที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (prescription drug) อาหาร อาหารเสริม บรรจุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และสินค้าซึ่งเป็นทั้งเครื่องสำอางและยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration : FDA) ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://www.ecy.wa.gov/laws-rules/wac173334/x0904a.pdf นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะออกกฎระเบียบที่เกี่ยวกับสินค้าสำหรับเด็กเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สารเคมีและสารโลหะหนักเป็นส่วนประกอบในการผลิตสินค้าสำหรับเด็ก ผู้ประกอบการจึงควรระมัดระวังการผลิตไม่ให้มีปริมาณสารอันตรายดังกล่าวตกค้างเกินกว่าที่สหรัฐฯ กำหนด
**************************
1 กันยายน 2554
ที่มา 1. สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครชิคาโก
2. Office of Hazard Identification and Reduction, CPSC, 2009 3. Bureau Veritas Consumer Products Service, 11 NR-050 August 2011 4. http://www.khlaw.com/showpublication.aspx?show=4679