คต.ร่วมกับจังหวัดตรัง นำผู้ประกอบการยางพาราและไม้ยางพาราแปรรูปเดินทางไปเปิดตลาดแดนภารตะ - คท.

23 สิงหาคม 2554 | ผู้ชม 211 ครั้ง

ฉบับที่ 186/2554 คต.ร่วมกับจังหวัดตรัง นำผู้ประกอบการยางพาราและไม้ยางพาราแปรรูป เดินทางไปเปิดตลาดแดนภารตะ นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

จากการที่กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับจังหวัดตรังได้นำคณะนักธุรกิจผู้ประกอบยางพาราและไม้ยางพาราแปรรูปจังหวัดตรังไปเจรจาเปิดตลาดยางและไม้ยางพาราที่ประเทศอินเดียใน 3 เมืองใหญ่คือ เมืองเจนไน กรุงนิวเดลี และเมือง กัลกัตตา ระหว่างวันที่ 10 – 16 กรกฎาคม 2554 ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เนื่องจากความต้องการยางพาราและไม้ยางพาราแปรรูปในอินเดียมีสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินเดียมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรเกิน 10 ล้านคน เช่น เมืองเจนไนถือเป็นตลาดที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยการผลิตรถยนต์ของเมืองเจนไนคิดเป็นร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของอินเดีย ในขณะที่ผลผลิตยางพาราในอินเดียมีไม่เพียงพอ นอกจากนี้ตลาดเฟอร์นิเจอร์ของอินเดียก็เป็นตลาดขนาดใหญ่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากคนอินเดียซึ่งมีกำลังซื้อสูงมีถึงร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดหรือประมาณ 120 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 1,200 ล้านคน การเดินทางไปครั้งนี้ผู้จัดจำหน่ายไม้ชั้นนำและโรงงานเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ของอินเดียต่างสนใจสั่งซื้อไม้ยางไทยโดยเฉพาะไม้ยางพาราแปรรูป เช่น ไม้พื้น ไม้แปรรูปอบแห้ง ไม้ปาร์เก้ เป็นต้น นอกจากนี้โรงแรมระดับ 5 ดาวของเมืองเจนไนยังสนใจซื้อเฟอร์นิเจอร์และไม้ปาร์เก้สำหรับตกแต่งห้องพักกว่า 300 ห้อง ขณะเดียวกันยางพาราก็ได้รับการตอบรับดีเยี่ยมเช่นกัน โดยบริษัทผลิตยางรถยนต์ชั้นนำของอินเดีย เช่น TVS DRC, JK Tyes และ Sterling ต่างสนใจยางแผ่นของไทยเพื่อป้อนสายการผลิตในโรงงานของตน นอกจากนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรองเท้าของเมืองกัลกัตตายังสนใจที่จะมาร่วมลงทุนยังแหล่งผลิตยางพาราที่ภาคใต้ด้วย การเดินทางไปเปิดตลาดในครั้งนี้ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐฯ ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนภาคเอกชนในพื้นที่ทำให้การขยายตลาดสินค้าประเภทยางพาราในอินเดียมีแนวโน้มที่สดใส ปัจจุบันการส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปของไทยร้อยละ 95 ส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งเป็นการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียว จึงมีความจำเป็นต้องหาตลาดใหม่ๆ รองรับเพื่อลดความเสี่ยง หากประเทศคู่ค้าหลักชะลอหรือหยุดการสั่งซื้อ นอกจากนี้ประเทศอินเดียยังเป็นตลาดใหญ่ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูงจึงสามารถรองรับสินค้าดังกล่าวจากไทยได้เป็นอย่างดี 

******************************* 

1 สิงหาคม 2554
สำนักความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรกฎาคม 2554 
 

แบ่งปัน

Facebook Twitter