รัฐเมนของสหรัฐฯ แก้ไขกฎหมายสารเคมีอันตรายในสินค้าสำหรับเด็ก - มก.
23 สิงหาคม 2554 | ผู้ชม 268 ครั้ง
ฉบับที่ 188 / 2554 รัฐเมนของสหรัฐฯ แก้ไขกฎหมายสารเคมีอันตรายในสินค้าสำหรับเด็ก นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า
เมื่อปี 2551 รัฐเมนได้ออกกฎหมาย Act to Protect Children’s Health and the Environment from Toxic Chemicals in Toys and Children’s Products (Public Law 643, LD 2048, 123rd Session) และเมื่อเดือนธันวาคม 2553 ภายใต้กฎหมายดังกล่าว รัฐเมนได้กำหนดให้สาร bisphenol-A (BPA), nonylphenol (NP), และ nonylphenol ethoxylates (NPEO) เป็น priority chemical ซึ่งผู้ผลิตสินค้าต้องรายงานการใช้สารดังกล่าวต่อ Department of Environmental Protection (DEP) ต่อมาวันที่ 13 มิถุนายน 2554 รัฐเมนได้ออกพระราชบัญบัติฉบับใหม่ LD 1129 “An Act to Provide the Department of Environmental Protection with Regulatory Flexibility Regarding the Listing of Priority Chemicals” แก้ไข Toxic Chemicals in Children’s Products Act of 2008 เพื่อลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการขนาดย่อม สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้ รายการที่แก้ไข รายละเอียด 1. สารเคมีอันตราย (Chemical of high concern) - เปลี่ยนการใช้ถ้อยคำของ “chemical of high concern” เป็น “The list of Chemicals of concern” - กำหนดสารเคมีอันตรายใหม่ จำนวนกว่า 70 รายการ ซึ่งเป็นประเภทสารก่อมะเร็ง เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ รบกวนต่อมไร้ท่อ มีการสะสมทางชีววิทยาและคงสภาพอยู่นาน - DEP จะพิจารณารายการสารเคมีอันตราย 2. สินค้าสำหรับเด็ก (Children’s Product) - คำจำกัดความใหม่สำหรับ Children’s Product ให้หมายถึง สินค้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และสินค้าใดก็ตามเมื่อนำมาใช้หรือทิ้งจะมีผลต่อเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือทารกในครรภ์หากได้รับสารเคมีดังกล่าว 3. สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) - สินค้าที่จำหน่ายเพื่อใช้ในที่พักอาศัยหรือใช้เพื่อการพาณิชย์ ครอบคลุมถึงส่วนประกอบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุสินค้าดังกล่าว ได้แก่ -- สินค้าที่ใช้เฉพาะภายในที่พักอาศัย (indoor use) รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการดูแลเด็กภายในบ้าน หรือภายในโรงเรียน -- สินค้าที่ใช้นอกที่พักอาศัยซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี อาจจะสัมผัสโดยตรง 4. De minimis level - สารเคมีที่เป็นสารปนเปื้อนในตัวสินค้าจะกำหนดค่า minimum level ที่ 100 ppm (parts per million) 5. Practical quantification limit (PQL) - สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในตัวสินค้า (intentionally added) จะกำหนดค่าความเข้มข้นเป็น PQL ที่สามารถวัดได้จริง (matrix and method dependent) 6. รายงานการใช้สารเคมี - ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย จะต้องรายงานการใช้สารเคมีอันตรายต่อ DEP หากอยู่ในเกณฑ์ ดังนี้ -- สารเคมีดังกล่าวเป็นส่วนประกอบสำคัญในตัวสินค้า -- สารเคมีดังกล่าวเป็นเพียงสารปนเปื้อนในตัวสินค้า ซึ่งมีปริมาณความเข้มข้นเกิน 100 ppm (parts per million) ตาม de minimis level - กำหนดให้ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย จะต้องรายงานต่อ DEP ภายใน 180 วัน หลังจากพบว่ามีสารเคมีอันตรายในสินค้าตามเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น โดยต้องแจ้งข้อมูล ดังนี้ -- ลักษณะของสินค้าที่ผลิต/จำหน่าย -- ชื่อและปริมาณของสารเคมีอันตรายในสินค้าแต่ละหน่วย ตลอดจนการใช้ ทั้งนี้ ผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องรายงานการใช้สารเคมีอันตราย หากสารเคมีดังกล่าวอยู่ในส่วนประกอบของสินค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงเด็กได้โดยตรง (inaccessible components) นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าในช่วงของการแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว DEP ได้ขยายระยะเวลา ให้ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าสำหรับเด็กยื่นรายงานการใช้สารในกลุ่ม priority chemical จากเดิมวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 เป็นวันที่ 3 ตุลาคม 2554 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการปรับตัวให้สอดคล้องตามข้อกำหนดต่าง ๆ ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://www.mainelegislature. org/legis/bills/bills 125th/billpdfs/HP084101.pdf
******************************
2 สิงหาคม 2554
ที่มา : 1. Bureau Veritas, June 2011, Bulletin 11 NB-039R
2. http://www.hktdc.com/info/vp/a/intmk/en/1/2/1/1x07IABV/International-Markets/ US-Maine-Amends-Toxic-Chemicals-in-Children%E2%80%99s-Products-Act-of-2008.htm#