อียูเข้มงวดความปลอดภัยสินค้าม่าน - มก.

23 สิงหาคม 2554 | ผู้ชม 128 ครั้ง

ฉบับที่ 193 / 2554 อียูเข้มงวดความปลอดภัยสินค้าม่าน นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

สหภาพยุโรปได้ออก Commission Decision ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 เรื่อง ข้อกำหนดความปลอดภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อเด็กจากเชือกของม่านบังหน้าต่าง สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. ข้อกำหนดนี้ครอบคลุมม่านภายในอาคารและหน้าต่างที่มีเชือกหรือโซ่ทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้วัสดุใด ก็ตาม เช่น มู่ลี่อลูมิเนียม ม่านม้วน ม่านปรับแสง ม่านพรีเทด เป็นต้น 2. ม่านภายในอาคารและหน้าต่างที่มีเชือกทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังนี้ 2.1 เชือกและโซ่ รวมทั้ง สิ่งที่มีลักษณะเดียวกันจะต้องไม่รวมตัวเป็นวงที่อันตราย และต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยติดกับสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากการรัดคอ 2.2 มีคำเตือนปรากฏบนอุปกรณ์ความปลอดภัยว่า หากไม่ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยอาจเป็นอันตรายรัดคอเด็กได้ และควรเก็บเชือกหรือโซ่ให้ห่างจากมือเด็ก 2.3 อุปกรณ์ความปลอดภัยจะต้องไม่มีความเสี่ยงต่อการใช้ของเด็ก เช่น ไม่คม เป็นมุมหรือทำให้นิ้วติดได้ รวมทั้งต้องทนทานและไม่มีชิ้นส่วนเล็กที่สามารถหลุดออกมาเป็นอันตรายต่อเด็ก 3. ต้องมีคำเตือนและเห็นได้ชัดเจน ณ จุดขาย บนตัวสินค้า และในข้อมูลการใช้ โดยคำเตือนที่จะต้องแจ้งอย่างน้อย ได้แก่ เชือกอาจเป็นปมรัดคอเด็กได้ ควรเก็บเชือกให้ห่างจากมือเด็ก จัดให้เตียง ชั้น หรือเครื่องเรือนให้ห่างจากหน้าต่าง และอย่าให้เชือกมัดกันจนเป็นวง 4. กรณีม่านและเชือกที่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยติดอยู่ จะต้องมีคำเตือน รูปภาพ ข้อมูลและคำแนะนำติดอยู่บนอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น รายละเอียดผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ติดตั้ง ให้ทดลองอุปกรณ์ก่อนติดตั้ง และวัตถุประสงค์ของการใช้ เป็นต้น นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อกำหนดดังกล่าว มีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 สิงหาคม 2554 ทั้งนี้ ปี 2553 ไทยส่งออกผ้าม่าน ได้แก่ ม่าน (รวมถึงม่านชนิดจับจีบ) และม่านบังตา รวมทั้ง วัสดุพลาสติก ผ้า และวัสดุตกแต่งผ้าม่านไปสหภาพยุโรปมูลค่า 2,752 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปี 2552 และในปี 2554 (ม.ค. – มิ.ย.) ส่งออกมูลค่า 1,401 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรเตรียมพร้อมและปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวก่อนส่งสินค้าไปยังตลาดสหภาพยุโรป รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสืบค้นได้จากเว็บไซต์ http://eur-lexeuropa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2011:196:0021:0024:EN:PDE

 ****************************** 

16 สิงหาคม 2554
ที่มา : สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลล์

แบ่งปัน

Facebook Twitter