อียูประกาศระเบียบ RoHS ฉบับใหม่ - มก.

07 สิงหาคม 2554 | ผู้ชม 968 ครั้ง

ฉบับที่ 184 / 2554 อียูประกาศระเบียบ RoHS ฉบับใหม่ นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2549 เป็นต้นมา อียูได้บังคับใช้ระเบียบว่าด้วยการจำกัดการใช้สารอันตราย 6 ชนิดในสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS) เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม โครเมียมเฮกวาวาเลนซ์ โพลิโบรมิเนทเต็ด ไบฟินิล และโพลีโบรมินทเต็ด ไดฟินิลอีเทอร์ ต่อมาได้มีการปรับปรุงระเบียบดังกล่าว และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2554 อียูได้ประกาศระเบียบ RoHS ฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ (Directive 2011/65/EU of the European Parliament and of the Council of 8 June 2011 on the restriction of the use of certain hazardous substances in electrical and electronic equipment) โดยให้เวลาผู้ผลิตปรับตัว 18 เดือน สรุปสาระสำคัญดังนี้ 1. การบังคับใช้ : ระเบียบ RoHS ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สินค้าที่ไม่อยู่ในบังคับตามระเบียบเดิมและสินค้าที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบใหม่ อียูอนุญาตให้สามารถวางจำหน่ายในอียูได้ต่อไปจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 อย่างไรก็ดี สำหรับข้อกำหนดเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารอันตรายในสินค้าเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือตรวจสอบและควบคุม จะต้องปฏิบัติตามระเบียบใหม่ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป 2. ขอบเขตสินค้า : ครอบคลุมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด รวมถึงเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือตรวจสอบและควบคุม 3. คำนิยาม : กำหนดคำนิยามของ economic operators, manufacturer, importer, distributor, homogeneous material และคำนิยามใหม่ของ electrical and electronic equipment (EEE) เพื่อให้ช้ดเจนมากยิ่งขึ้น 4. ข้อกำหนดสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ 4.1 ผู้ผลิต 1) จัดทำเอกสารทางเทคนิค (Technical Documentation) เพื่อแสดงว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบใหม่ในการจำกัดการใช้สารอันตราย โดยจะต้องไม่มีสารอันตรายเกินปริมาณที่กำหนด ได้แก่ ตะกั่ว (0.1 %)ปรอท (0.1 %) แคดเมียม (0.01 %) เฮกซาวาเลนท์โครเมียม (0.1 %) โพลีโบรมิเนทเต็ด ไบฟินิล (0.1 %) และ โพลีโบรมินทเต็ด ไดฟินิลอีเทอร์ (0.1 %) 2) จัดระบบควบคุมการผลิตภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตสินค้าสอดคล้องตามข้อกำหนดของระเบียบ RoHS รวมการประเมินความสอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัย (EC Declaration of Conformity) และติดเครื่องหมาย CE Mark บนตัวสินค้า 4.2 ผู้นำเข้า…/ 4.2 ผู้นำเข้า 1) ตรวจสอบว่าผู้ผลิตได้ปฏิบัติตาม 4.1 หรือไม่ 2) เก็บสำเนาเอกสารการประเมินความสอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัยและเอกสารทางเทคนิคที่พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อได้รับการร้องขอ และตรวจสอบการทำเครื่องหมายบนสินค้าดังกล่าว การติดชื่อผู้ผลิต ชื่อทางการค้า หรือเครื่องหมายทางการค้าของบริษัทผู้ผลิต นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระเบียบ RoHS ฉบับใหม่กำหนดให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิตต้องรับผิดชอบต่อสินค้าที่ตนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย และตรวจสอบความถูกต้องของการสำแดงเอกสารต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังมีเวลาปรับตัวจนกว่าระเบียบฉบับใหม่จะบังคับใช้วันที่ 3 มกราคม 2556 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดระเบียบ RoHS ฉบับใหม่ได้ทางเว็บไซต์ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2011:174:0088:0110:EN:PDF ทั้งนี้ ไทยส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปอียู เฉลี่ยมูลค่า 240,652 ล้านบาทต่อปี (พ.ศ.2551-2553) โดยในปี 2554 (ม.ค.-มิ.ย.) ส่งออกมูลค่า 118,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา **************************** 29 กรกฎาคม 2554

แบ่งปัน

Facebook Twitter