คต. ติวเข้มผู้ประกอบการไทยไปค้าขายและลงทุนในมาเลเซีย - คท.

07 สิงหาคม 2554 | ผู้ชม 366 ครั้ง

ฉบับที่ 183 / 2554 คต. ติวเข้มผู้ประกอบการไทยไปค้าขายและลงทุนในมาเลเซีย นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากรมการค้าต่างประเทศ ได้จัดติวเข้มผู้ประกอบการไทยให้ไปค้าขายและลงทุนในประเทศมาเลเซีย โดยการจัดสัมมนา เรื่อง

เรื่อง “อัพเดท กฎ ระเบียบและลู่ทางการค้าการลงทุนในตลาดมาเลเซีย” เมื่อวันศุกร์ที่ 8 กรกฏาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรม หาดใหญ่ เจบี หรรษา จังหวัดสงขลา มีผู้เข้ารับฟังการสัมมนาอย่างล้นหลาม เนื่องจากการสัมมนาที่ผ่านมาในครั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้ในการเข้าไปบุกเบิกการค้าการลงทุนในตลาดมาเลเซียมาถ่ายทอดประสบการณ์ เช่น คุณประวิทย์ จิตนราพงศ์ บริษัทแบล็คแคนยอน ได้เล่าถึงความรุดหน้าของร้านแบล็คแคนยอน ในการเข้าไปทำธุรกิจในมาเลเซียถึง ๑๐ สาขา ส่วนความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี โดยเฉพาะการทำธุรกิจแฟรนไชส์นั้น การมีหุ้นส่วนที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ คุณพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ผู้เข้าไปบุกเบิกตลาดโทรศัพท์มือถือไอ-โมบายของไทย และคุณอนุภาพ ลอยฟ้า กรรมการผู้จัดการและนักออกแบบ บ.ลอยฟ้า คอลเลคชั่น จำกัด ธุรกิจผู้ผลิตและส่งออกสินค้าตกแต่งบ้านและของที่ระลึกที่ทำจากพิวเตอร์ ได้ร่วมถ่ายทอดการรุกตลาดมาเลเซียจนสามารถเปิดสาขาในมาเลเซียได้ ซึ่งปัจจัยของความสำเร็จล้วนมาจากการมีหุ้นส่วนที่ดีและสินค้าจะต้องเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าด้วย มาเลเซียเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนกับไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๕๓ มาเลเซียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ ๗.๒ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ ร้อยละ ๑.๗ ประชากรมีรายได้ต่อหัว ๘,๑๔๐ เหรียญสหรัฐฯ อัตราว่างงานร้อยละ ๓.๒ เกินดุลการค้า ๓๔.๒ พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ประเทศมาเลเซียจัดเป็นประเทศที่มีศักยภาพและกำลังการซื้อสูง เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย อีกทั้งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม การสื่อสาร สาธารณูปโภค เทคโนโลยี และสภาวะทางการเมืองค่อนข้างมีเสถียรภาพ จึงทำให้เป็นตลาดที่นักธุรกิจไทยควรให้ความสนใจในการเข้าไปทำการค้าการลงทุน ธุรกิจไทยที่มีโอกาสสูงในการเข้าไปทำการค้าและการลงทุนในมาเลเซีย ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและบริการ เป็นต้น ส่วนการจัดการสัมมนาฯ ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การจะเข้าไปทำธุรกิจการค้าการลงทุนในมาเลเซีย ผู้ประกอบการจะต้องมีความพร้อม ต้องศึกษากฎ ระเบียบและลู่ทางการค้า การลงทุนและต้องเข้าใจวัฒนธรรมของผู้บริโภค ที่สำคัญต้องเน้นการสร้างโอกาสทางการค้า โดยการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างจุดขาย (Unique Selling Point) และสร้างความแตกต่างในตัวสินค้าไทย รวมทั้งต้องนำเสนอสินค้า โดยวิธีการต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักของคู่ค้า อนึ่ง การค้าระหว่างประเทศของไทยกับมาเลเซียในปี ๒๕๕๓ มีมูลค่าประมาณ ๖.๘ แสนล้านบาทและ ในปี ๒๕๕๔(ม.ค. – พ.ค.) มีมูลค่าการค้า ๓.๐ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ ๗.๕ แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่ากว่า ๑.๔๙ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๕ และนำเข้ามูลค่า ๑.๕๕ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕.๖ ไทยขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า ๖.๖ พันล้านบาท สำหรับการค้าชายแดนไทย – มาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๗๗ ของการค้าระหว่างประเทศ และ ในปี ๒๕๕๔(ม.ค. – พ.ค.) มีมูลค่าการค้ารวม ๒.๓ แสนล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ ๑๗.๕ แบ่งเป็นการส่งออก มูลค่า ๑.๖ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘.๘ และนำเข้ามูลค่า ๗.๖ หมื่นล้านบาท ลดลงร้อยละ ๐.๘ ไทยได้ดุลการค้า เป็นมูลค่า ๘.๓ หมื่นล้านบาท ************************************* 28 กรกฎาคม 2554

แบ่งปัน

Facebook Twitter