กรมการค้าต่างประเทศร่วมถกสถานการณ์ความมั่นคงอาหารอาเซียนพร้อมหารือแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตทางอาหารในอนาคต
26 มิถุนายน 2566 | ผู้ชม 338 ครั้ง
กรมการค้าต่างประเทศเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 43 (The 43rd ASEAN Food Security Reserve Board (AFSRB) Meeting) แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สินค้าอาหารสำคัญ พร้อมร่วมพิจารณาร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการในภาวะวิกฤต เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าท้ายและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศในฐานะผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน (AFSRB Board member) และในฐานะเลขานุการถาวรของคณะกรรมการฯ (AFSRB Secretariat) ได้เข้าร่วมการประชุม AFSRB ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 7- 8 มิถุนายน 2566 ณ เมืองโบกอร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยในปีนี้มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนยกเว้น สปป. ลาว เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน สำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve: APTERR) สำนักเลขานุการระบบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Food Security Information System: AFSIS) และผู้แทนจากสถาบันวิจัย The Economic Research Institute for ASEAN and EAST Asia (ERIA) เข้าร่วมประชุมด้วย โดยประเทศสมาชิกอาเซียนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผลผลิต การบริโภค การค้า และปริมาณสำรองของอาหารสำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด น้ำตาล และถั่วเหลือง เพื่อประเมิณสถานการณ์อาหารในภูมิภาคอาเซียน โดยภาพรวมในปี 2566 อาเซียนมีผลผลิตข้าวและน้ำตาลเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก เนื่องจากคาดการณ์ผลผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ เช่นเดียวกับน้ำตาลที่คาดการณ์ผลผลิตในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย ไทย และ สปป. ลาว มีเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันอาเซียนมีผลผลิตถั่วเหลืองและข้าวโพดไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค จึงยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยคาดว่าในปี 2566 อาเซียนจะนำเข้าถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7.89 ส่วนการนำเข้าข้าวโพดลดลงร้อยละประมาณร้อยละ 8.68 จากปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ ในปีนี้ที่ประชุม AFSRB ได้ร่วมกันพิจารณาร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการในภาวะวิกฤต (ASEAN Leaders’ Declaration on Strengthening Food Security and Nutrition in Response to Crises) ซึ่งจะเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของผู้นำอาเซียนในการจัดการกับปัญหาความมั่นคงทางอาหารในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤต รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนดังกล่าวจะถูกเสนอขอความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ (Senior Officials Meeting of the ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: SOM-AMAF) และรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) ก่อนที่จะมีการให้ความเห็นชอบโดยผู้นำอาเซียนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN summit) ในช่วงเดือนกันยายน 2566 ต่อไป
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม AFSRB เป็นกลไกความร่วมมือสำคัญของสมาชิกอาเซียนในการเตรียมพร้อมรับมือและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางอาหาร เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหารในระดับภูมิภาค โดยคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน (AFSRB) ได้จัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลงว่าด้วยการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน (Agreement on the ASEAN Food Security Reserve) ที่ได้มีการลงนามเมื่อปี 2522 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงด้านอาหารภายในภูมิภาค ซึ่งประเทศสมาชิกจะประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งประเมินและคาดการณ์สถานการณ์อาหารของภูมิภาคอาเซียนและของโลก ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจถึงความมั่นคงด้านอาหาร โดยในปี 2567 สปป. ลาว จะเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม AFSRB ครั้งที่ 44 ต่อไป