นโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
โลกได้เผชิญกับวิกฤตโรคอุบัติใหม่มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี เมื่อปี 2546 ที่เรารู้จักกันในชื่อ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) หรือ โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส (Coronavirus) และครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2562 เข้าสู่ประเทศไทยช่วงต้นปี 2563 นั่นก็คือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ประเทศต่างๆ ต้องตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งในภาคเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเกิดโรคอุบัติใหม่ นั่นหมายความว่า ยังไม่มียารักษาโดยตรง ทำให้หลายประเทศรวมถึงไทย ได้ออกมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยดำเนินนโยบายปิดเมือง (Lock down) ห้ามไม่ให้บุคคลในพื้นที่เดินทางออกนอกพื้นที่และห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเดินทางเข้ามาในพื้นที่ รวมถึงการสั่งหยุดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่ขยายของโรคโควิด-19
ในแง่ของการค้าชายแดนและผ่านแดน รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศและปิดจุดผ่านแดนทางบกระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้จุดผ่านแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่เคยเปิดทำการ 94 แห่ง (ปี 2562) จากทั้งหมด 97 แห่ง ต้องปิดทำการลงเหลือเพียง 24 แห่ง (ปี 2563) ตามที่รัฐบาลอนุญาตให้เปิดทำการเฉพาะจุดผ่านแดนถาวรจังหวัดละ 1 แห่ง แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศ การค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าของประชาชนในพื้นที่บริเวณชายแดนไม่สามารถทำได้ตามปกติ ประเทศเพื่อนบ้านมีการกำหนดมาตรการขนส่งสินค้าเพื่อป้องกันโควิด-19 มากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าผ่าน สปป.ลาวไปจีน ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกผลไม้ที่สำคัญของไทย โดยสปป.ลาว กำหนดให้รถขนส่งสินค้าไทยต้องเปลี่ยนหัวลากเป็นรถขนส่ง สปป.ลาว ในการขนส่งสินค้าไปจีน ส่ง
ผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10-15 และแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลงแล้ว แต่ สปป.ลาว ก็ยังมีการกำหนดใช้มาตรการดังกล่าวในการขนส่งสินค้าข้ามแดนไปจีนจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ การปิดด่านโม่ฮานของจีน เนื่องจากมีการตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ปฏิบัติงานการขนส่งสินค้าข้ามแดนตามมาตรการ (Zero-COVID) ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของไทยผ่านเส้นทาง R3A ไปยังจีน ทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทาง R12 (จ.นครพนม) และเส้นทาง R9 (จ.มุกดาหาร) ในการขนส่งไปยังจีนผ่านทางด่านโหยวอี้กวน ด่านรถไฟผิงเสียง และด่านตงซิง แทน โดยเส้นทางส่งออกผลไม้จากไทยไปจีนแสดงดังแผนภาพที่ 1
จากข้อมูลข้างต้น การดำเนินนโยบาย Lock down ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภาคการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากการขนส่งทางเรือชะลอตัวลงมาก โดยมีสาเหตุมาจากหลายประเทศห้ามไม่ให้เรือขนส่งสินค้าจากต่างประเทศเทียบท่าหรือชะลอการเทียบท่าเพื่อตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 เกิดปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ติดค้างจากมาตรการในการส่งสินค้าของประเทศผู้ส่งสินค้าและประเทศผู้รับสินค้า ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าทางเรือเพิ่มสูงขึ้นจากค่าระวางและปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ด้วยสาเหตุดังกล่าวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการค้าจากเดิมที่เคยขนส่งสินค้าผ่านทางเรือมาเป็นทางบกมากขึ้น โดยมูลค่าการค้าระหว่างประเทศแบ่งตามช่องทางการค้า แสดงดังแผนภาพที่ 2


โอกาสของผู้ประกอบการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย-สปป.ลาว
เมื่อพิจารณาตัวเลขภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ปี 2560-2565 อาจกล่าวได้ว่า “วิกฤตโควิด-19 ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย” โดยจะเห็นได้จากมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การค้าชายแดนและผ่านแดนได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 1,336,021 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมาร้อยละ -2.82 และในปี 2564 การค้าชายแดนและผ่านแดนเริ่มปรับตัวดีขึ้นมาก โดยมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 1,765,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 30.03 ทั้งนี้ มีปัจจัยเสริมจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหันมาส่งออกทางบกผ่านชายแดนมากขึ้น การแก้ปัญหาเชิงรุกผ่านกลไกการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.พาณิชย์) และเร่งรัดผลักดันเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อขนส่งสินค้ามาอย่างต่อเนื่องของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิดทำการแล้ว 87 แห่ง จากทั้งหมด 97 แห่ง สำหรับจุดผ่านแดนไทย - สปป.ลาว ฝั่งไทยเปิดทำการแล้ว 45 แห่ง จากทั้งหมด 49 แห่ง ทำให้การค้าชายแดนและผ่านแดนไทยยังคงเติบต่ออย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนไทยตั้งแต่ปี 2560-2565 แสดงดังแผนภาพ 3

แม้ว่ามาตรการป้องกันโควิด-19 ของภาครัฐจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผ่านเส้นทางเรือและทางอากาศ แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสจากการเป็นศูนย์กลางการค้าที่มีเส้นทางบกเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังจีนและยุโรปได้ โดยเฉพาะเส้นทางการขนส่งสินค้าผ่าน สปป.ลาว ไปจีน ดังนั้น การผลักดันเปิดจุดผ่านแดนในช่วงโควิด-19 จึงถือเป็นบทบาทสำคัญของกรมการค้าต่างประเทศที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในช่วงโควิด-19 และเป็นการเพิ่มช่องทางการค้าระหว่างประเทศให้มากขึ้น นอกจากนี้ โควิด-19 ยังทำให้ทราบถึงปัญหาการค้าชายแดนและผ่านแดนเชิงลึกที่ทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่างเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้การค้าชายแดนยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในช่วงโควิด-19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย-สปป.ลาว ที่ยังคงขยายตัวได้ดี โดยในปี 2564 มีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนอยู่ที่ 701,871 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 37.04 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการค้าผ่านแดน ร้อยละ 59.96 เนื่องจากสปป.ลาว เป็นเส้นทางส่งออกผลไม้ทางบกที่สำคัญของไทยไปจีน ทั้งนี้ มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย-สปป.ลาว ปี 2560-2565 แสดงดังแผนภาพ 4

แนวทางการผลักดันการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย-สปป.ลาว ภายหลังโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายลง
ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ภาครัฐควรเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนเพื่อให้กลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนและจังหวัดที่มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเป็นลำดับแรก เพื่อให้การค้าขายในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-สปป.ลาว กลับมาเป็นปกติเหมือนเช่นก่อนโควิด-19 ทั้งนี้ การร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนการค้าชายแดนผ่านแดนให้มีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางบก อาทิ การพัฒนาการเชื่อมโยงระบบรางระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และจีน โดยเส้นทางรถไฟไทย สปป.ลาว จีน จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าไป สปป.ลาว และจีน ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ ยางพารา และปศุสัตว์ แต่ยังมีความท้าทายจากการเชื่อมโยงดังกล่าว อาทิ กระบวนการนำเข้า-ส่งออกและผ่านแดน ต้นทุนโลจิสติกส์ การรักษาสมดุลระหว่างกฎระเบียบ/การอำนวยความสะดวกกับความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของสามประเทศ นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อไปจากจีนไปยังประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งจะเป็นช่องทางการค้าทางบกที่สำคัญของไทยในอนาคต
ทั้งนี้ รถไฟ สปป.ลาว-จีน ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2564 มีทั้งหมด 31 สถานี เริ่มต้นที่นครคุนหมิง มณฑลยูนยาน (จีน) เชื่อมต่อที่เมืองบ่อเต็น (สปป.ลาว) และมีปลายทางที่นครหลวงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) โดยสถานีเวียงจันทน์ใต้ เป็นสถานีขนส่งสินค้าสถานีสุดท้ายใน สปป.ลาว ซึ่งปัจจุบันได้มีการก่อสร้างรางส่วนขยายจากสถานีเวียงจันทน์ใต้มายังท่าบกท่านาแล้ง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าจากไทยผ่านรถไฟ สปป.ลาว - จีน และได้มีพิธีเปิดการเชื่อมโยงทางรถไฟส่วนขยายดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 แต่ยังไม่มีการเปิดใช้งานจริง โดยล่าสุดบริษัทท่าบกท่านาแล้งและบริษัทรถไฟ สปป.ลาว-จีน ได้บรรลุข้อตกลงการบริหารจัดการขนถ่ายสินค้าร่วมกันแล้ว และคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้จริงในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2566 อย่างไรก็ดี ปัจจุบันรัฐบาลไทย-สปป.ลาว อยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานข้ามโขงแห่งใหม่ ช่วงหนองคาย-เวียงจันทน์ เพื่อรองรับการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ เส้นทางเชื่อมโยงรถไฟไทย สปป.ลาว และจีน แสดงดังแผนภาพที่ 5

อ้างอิง:
(1) หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุดที่ 0204.3/ว1698 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2563 เรื่อง “การพิจารณาระงับการใช้ช่องทาง ณ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า และจุดผ่อนปรนพิเศษ เป็นการชั่วคราวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019
(2) ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ข้อ ๓ การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร
(3) ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ข้อ 5 การผ่อนผันการใช้ช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักรเฉพาะเพื่อการขนส่งสินค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดน
(4) สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดน ปี 2560 - 2565 ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลการค้าและการลงทุน กองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ http://cicbts.dft.go.th
(5) ข้อกำหนดการขนส่งสินค้าขาเข้า ขาออก ผ่านแดน และนำเข้าเพื่อส่งออก ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ของ สปป.ลาว สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียงจันทน์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
(6) ความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ในการประชุมนำเสนอผลการวิจัยจากพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - สปป.ลาว: กรณีศึกษาพื้นที่อุดรธานี มุกดาหาร และอุบลราชธานี” โดยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
(7) ความคืบหน้ารถไฟไทย สปป.ลาว และจีน กรมขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม