ขอชี้แจงประเด็น เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจหัวข้อ "โวยหวั่นทุจริตเวียนเทียนข้าว ปมโรงงานอาหารสัตว์ ฉาว"
23 กรกฎาคม 2560 | ผู้ชม 1033 ครั้ง
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ขอชี้แจงประเด็น เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ หัวข้อข่าว ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 “โวย หวั่นทุจริตเวียนเทียนข้าว ปมโรงงานอาหารสัตว์ ฉาว” เว็บไซต์แนวหน้า หัวข้อข่าว ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 “ยุทธพงศ์ จี้ นายกฯ ตั้งคกก.สอบสต็อกข้าวส่อเวียนข้าวสัตว์เป็นข้าวคน” และเว็บไซต์ คมชัดลึก หัวข้อข่าว ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 “เพื่อไทยบี้นายกฯตรวจสต็อกข้าว” ซึ่งนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวกรณีรัฐจำหน่ายข้าวให้บริษัทขายอาหารสัตว์แห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ในราคาต่ำ โดยตั้งข้อสังเกต ดังนี้
1. เรียกร้องนายกฯ ใช้มาตรา 44 เปิดโกดังบริษัทขายอาหารสัตว์แห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี โดยมีข้อสังเกตว่าบริษัทดังกล่าวประมูลซื้อข้าวหอมมะลิจากโกดังแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี 14,035 ตัน แต่มีกำลังการผลิตสูงสุดวันละ 11 ตัน หากโรงงานนี้ผลิตข้าว 7 วันต่อสัปดาห์ จะต้องใช้เวลาในการผลิตอาหารสัตว์มากถึง 7 ปี ถ้าใช้เวลาผลิตมากเพียงนี้ข้าวคงขึ้นรา เน่าเสีย นอกจากนี้มีผู้ถ่ายภาพโรงงานดังกล่าวแต่ไม่พบข้าวจำนวนดังกล่าวอยู่เลย
2. บริษัทดังกล่าวประมูลซื้อข้าวสารในสต๊อกของรัฐอีก 3 แห่ง มีปริมาณข้าวรวมกว่า 38,924 ตัน ซึ่งมีข้อสังเกตว่าอาจจะมีการนำข้าวที่ประมูลเป็นอาหารสัตว์ไปเวียนเทียนขายเป็นข้าวสำหรับคน
หน่วยงานที่ชี้แจง
1. กรมการค้าต่างประเทศ และ
2. องค์การคลังสินค้า (อคส.)
กระทรวงพาณิชย์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1. กรณีที่มีผู้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ไปเปิดคลังเพื่อตรวจคุณภาพข้าวใหม่นั้น ขอเรียนว่าจนถึงปัจจุบันนี้ได้เลยขั้นตอนดังกล่าวมานานแล้ว เพราะได้มีการตรวจสอบคุณภาพข้าวมาตั้งแต่ปี 2557 โดยผู้รับผิดชอบในการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างข้าว ณ ขณะนั้น คือ สำนักงานคณะกรรมการตรวจข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพข้าวส่งออก ตั้งแต่ พ.ศ.2500 จนถึงปัจจุบัน บริษัท บูโร เวอริทัส(ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเซอร์เวย์เยอร์เอกชน และห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซี่งเป็นหน่วยงานที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากลวิเคราะห์คุณภาพข้าวทั้งทางกายภาพ เคมี และพันธุกรรมข้าว (DNA) ซึ่งผลการตรวจสอบก็เป็นที่รับทราบต่อสาธารณชนและใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด อยู่แล้วในขณะนี้ จึงไม่มีเหตุที่จะต้องดำเนินการตามที่เสนอ
2. กรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการนำข้าวที่ประมูลเป็นอาหารสัตว์ไปเวียนเทียนขายเป็นข้าวสำหรับคน นั้น ขอเรียนว่าที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการเข้มงวดกับเรื่องดังกล่าว โดยได้มีการกำหนดขั้นตอนและมาตรการในการควบคุมการขนย้ายข้าวจากคลังสินค้าต้นทางไปจนถึงคลังสินค้าปลายทางที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมของผู้ชนะการประมูล และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในพื้นที่จังหวัดที่เป็นคลังสินค้าปลายทาง นอกจากนั้นแล้ว คลังสินค้าปลายทางจะต้องมีการติดตั้งกล้อง cctv และต้องรายงานข้อมูลสินค้าผ่านเว็ปไซต์ www.pwo.co.th เพื่อรายงานให้ อคส. ทราบและเมื่อขนย้ายข้าวถึงสถานีปลายทางแล้ว อคส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันสุ่มตรวจปริมาณข้าวอีกครั้งว่าตรงตามปริมาณการขนย้ายหรือไม่
ทั้งนี้ หาก อคส.ตรวจพบว่าผู้ซื้อไม่นำข้าวสารเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมตามที่ได้แจ้งไว้ในวัตถุประสงค์ที่ขอซื้อ จะต้องชำระค่าปรับ 25% ของมูลค่าข้าวสารที่ไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม และหาก อคส.เลิกสัญญา ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าปรับ 25% ของมูลค่าปริมาณข้าวสารที่ยังไม่ได้รับมอบและขนย้าย รวมทั้งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและอาญาด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
กระทรวงพาณิชย์จะได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ (www.moc.go.th)/เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ (www.dft.go.th)/ เฟสบุ๊คกรมการค้าต่างประเทศ (dft2go)/ Twitter (dft2go)/
สื่อของ อคส. (www. pwo.go.th) ผู้สื่อข่าวกระทรวงพาณิชย์
#DFT2go