รายละเอียดข่าว

ประชาสัมพันธ์ การปรับเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากร HS code 2007 เป็น HS code 2012

17 กรกฎาคม 2558 | ผู้ชม 1682 ครั้ง

 กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เป็นหน่วยงานที่ให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าในการขอรับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากรจากประเทศปลายทางภายใต้ระบบการแลกเปลี่ยนสิทธิพิเศษทางการค้า และความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ (FTA)  โดย คต. มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ และเร่งพัฒนาคุณภาพระบบการให้บริการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการไทย

 
     องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization : WCO) มีการเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ จากฉบับปี 2007 เป็นฉบับปี 2012 เป็นผลให้พิกัดศุลกากรตามความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)  ที่ประเทศไทยทำไว้กับประเทศคู่ค้ามีการปรับเปลี่ยนไป
 
 

 

      ปัจจุบันอาเซียนดำเนินการปรับโอนรายการพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์จากระบบ AHTN/HS 2007  เป็น AHTN/HS 2012  โดย คต. ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนพิกัดศุลกากรฯ  เพื่อให้สอดคล้อง และเกิดความชัดเจนในการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งดำเนินการแล้วในกรอบความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (Form D)  อาเซียน - เกาหลี (Form AK)  และ อาเซียน – จีน (Form E)  รวมทั้ง คต. ได้ปรับปรุงโปรแกรมการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าประเภท  Form D   Form AK  และ  Form E  ดังกล่าวด้วย  ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม  15 มิถุนายน และ 13 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป ตามลำดับ  

 

 
     ยกเว้น ประเทศเมียนมาร์ และกัมพูชา ยังคงใช้ระเบียบปฏิบัติเดิม ในการออกหนังสือรับรองฯ ทุกกรณี เนื่องจากทั้งสองประเทศได้ขอเวลาในการปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติภายในประเทศเป็นเวลา  2 ปี  
 
    กรมการค้าต่างประเทศ จึงขอแนะนำให้ผู้ที่ประสงค์จะขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในประเทศปลายทางดังกล่าวข้างต้นศึกษาพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ที่เปลี่ยนใหม่ให้รอบคอบ โดยอาจส่งผลกระทบด้านการจำแนกพิกัดสินค้า ซึ่งต้องระวังข้อผูกพันทางกฎหมายที่จะต้องจำแนกประเภทพิกัดของสินค้าให้ถูกต้อง และอัตราอากรในเรื่องการใช้สิทธิประโยชน์ หากผู้ประกอบการมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  สำนักบริการการค้าต่างประเทศ  โทรศัพท์ ๐๒-๕๔๗-๔๘๓๘, ๐๒-๕๔๗-๔๘๒๗ หรือ  สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ ๑๓๘๕ หรือค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dft.go.th

แบ่งปัน

Facebook Twitter